มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (บวท) ร่วมกับ Hub Net Zero และ สมาคมนักวิจัยไทยรุ่นใหม่ (Thai Young Scientists Academy หรือ TYSA) จัดงานเสวนาเรื่อง “Net Zero Transformation: พลิกวิกฤตสู่โอกาส” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2026 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยงานเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo & Symposium 2026) โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2026
งานเสวนาได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผู้อำนวยการบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผู้บริหาร Hub Net Zero และประธานอนุกรรมการ บวท เป็นประธานเปิดงาน โดย ศ. ดร. นวดล ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือ ในการเร่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) พร้อมทั้งเปลี่ยนความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้แนะนำพันธกิจของ บวท และ Hub Net Zero ตลอดจนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ของประเทศไทยผ่านวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรม
งานเสวนามีผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศและพลังงานของประเทศไทย
ศ.ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และหัวหน้าหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ (3E) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงการพัฒนาฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Inventory: LCI) ในประเทศไทยเพื่อยกระดับการวัฏจักรชีวิต (Life Cycle Impact Assessment: LCIA) นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในการพัฒนาระบบรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัด ตลอดจนความร่วมมือด้านเทคนิคกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG Economy) ในตอนท้าย ศ.ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ ได้เน้นย้ำว่า การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ไม่ควรถูกมองว่าเป็นต้นทุน แต่เป็นการลงทุนเพื่อเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในอนาคต และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของระบบข้อมูลในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ศ.ดร.พันธนา ตอเงิน จากภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของป่าไม้ในวัฏจักรคาร์บอน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องยกระดับการวัด carbon flux จากระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อสนับสนุนการทูตด้านสภาพภูมิอากาศ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และส่งเสริมการซื้อขายคาร์บอนเครดิต นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอผลงานวิจัยที่ที่ศึกษาติดตามปริมาณคาร์บอนสะสมในระบบนิเวศอย่างต่อเนื่องที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นรากฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับการจัดทำบัญชีคาร์บอนภาคป่าไม้ระดับ IPCC Tier 3
ดร.กัมปนาท ซิลวา จากศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของภาคพลังงานและการขนส่งในการสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทย พร้อมทั้งนำเสนอเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาดอาทิ เช่น เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactors: SMRs) เชื้อเพลิงชีวภาพ และ H-FAME (ไบโอดีเซลคุณภาพสูง) ซึ่งมีศักยภาพในการเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ
ผศ.ดร. พัชรวัฒน์ เจริญอมรกิตติ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสมาชิก TYSA ได้นำเสนอบทบาทของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าเคมีในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero โดยเน้นว่าความก้าวหน้าของระบบไฟฟ้าเคมีสามารถสนับสนุนการจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้นำเสนองานวิจัยด้านการออกแบบ electrochemical interfaces เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความทนทาน ความสามารถในการขยายขนาด และความคุ้มค่าของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
งานเสวนานี้ดำเนินรายการโดย ดร.อุดม แซ่อึ่ง นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สวทช. และประธานร่วม TYSA ซึ่งได้แนะนำบทบาทและพันธกิจของ TYSA ในการส่งเสริมศักยภาพนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ และสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยรุ่นใหม่
งานเสวนาดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยสะท้อนให้เห็นว่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม สามารถเปลี่ยนความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาส และขับเคลื่อนการเดินหน้าของประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน


